Bhanubhong's profile*.¸¸.•´¨`»||~DEARGASE M...PhotosBlogListsMore Tools Help

Bhanubhong Silla-iamjui

Occupation
Location
พลังงานมนุษย์หรือ "Human Energy" เป็นพลังงานที่พิเศษ ไม่ได้มีหน่วยวัดเป็นบาร์เรล ไม่ได้สูบมาจากผืนดินหรือใต้ท้องทะเลที่ไหน

*.¸¸.•´¨`»||~DEARGASE McSENSMITH~||«´¨`•.¸¸ .*'s space

Harold Vance Department of Petroleum Engineering,Texas A&M University, USA.
Photo 1 of 22
August 24

พระอาทิตย์ขึ้นที่ มทส.

          พระอาทิตย์เคยตกที่ลาดกระบัง และขึ้นที่ มทส. พระอาทิตย์เคยตกที่ลาดกระบัง วันเวลาทุกวันมีเพียงวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ที่ฉันรอ ทุกๆวันศุกร์ที่ลาดกระบัง ชีวิตฉันจะเดินตามพระอาทิตย์ไปขึ้นที่ มทส. ตลอดการเดินทางไปกับพระอาทิตย์จนตก ฉันจะได้เจอพระจันทร์สวยระหว่างการเดินทาง การเดินทางของฉันไม่เคยหลับ ฉันจดจำทุกอย่างรอบๆกาย เส้นทาง ยาวๆเงียบ มืดสนิท มีแต่ฉันกับเขาบนเส้นทางนั้น กลิ่นมันติดจมูกฉันจนวันนี้ และพระอาทิตย์ก็ขึ้นที่ มทส.จริงๆ ทุกเช้าที่ฉันตื่นมากับอากาศเย็นๆเงียบๆ ทุกที่ที่ฉันเคยผ่านมีแต่ความทรงจำที่ดี ไม่มีพื้นที่ใดๆของที่นี่ที่ฉันไม่เคยเดินผ่าน มีแต่ความทรงจำที่ดีทุกที่ไป ห้องเรียน หอพัก ถนน เสาไฟ ร้านข้าว แปลกที่มันเป็นเหมือนที่ของฉัน บางอย่างฉันอาจจะรู้ดีกว่าเด็ก มทส. ซะอีก ความทรงจำกับอากาศหนาวจัด ความเงียบ กับชีวิตเด็กมหาลัย ฉันจำทุกอย่างได้ดี ไม่มีหนาวที่ไหนจะนอนหลับสบายเท่าที่นี่อีกแล้ว ถึงบางครั้งผ้าห่มของฉันไม่ได้อุ่นสักเท่าไหร่ ไม่มีที่ไหนฝนตกได้อากาศดีเท่าที่นี่อีกแล้ว ไม่มีฝนที่ไหนหอมเท่าที่นี่อีกแล้ว ฉันนี่มันชั่งจำจริงๆ ฤดูกาลที่นี่ดูจะไม่เหมือนที่อื่น รวมถึงผู้คน คนที่นี่ไม่เยอะมากนัก ร้านค้ามีอยู่ไม่กี่ร้าน ฉันกินข้าวที่นี่มาตลอด4ปี จนบางคนคิดว่าฉันเป็นคนของที่นี่ ทุกอย่างมันเหมือนเป็นที่ของฉัน ฉันหลงรักไปหมด ฉันรักทางเดินระหว่างอาคารที่เงียบๆ ฉันหลงรักห้องเรียน (ห้อง1500) หน้าหอชาย ฉันดูโดดเด่น (55) อะไรๆเหมือนจะดีไปหมด แต่ทำไมวันนี้ฉันถึงได้มานั้งเขียนมันขึ้นมา เพราะฉันรู้ว่าทุกอย่างมันกำลังจะจากฉันไป ความทรงจำดีๆกำลังจะมีอีกคนลืม แต่ฉันยังจะเก็บมันเอาไว้ พระอาทิตย์ของฉันยังจะขึ้นที่เดิม ที่นี่ พระอาทิตย์เคยตกที่ลาดกระบัง และขึ้นที่ มทส.
          ปล.นำมาจากสเปสของเด็กลาดกระบังคนนึง
 
August 21

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร(หรือเปล่า)

เบื้องหลังของ... ความรัก




                    ความรัก . . . ที่สมหวังของใครบางคน 
                    อาจเป็นความรัก . . . ที่ผิดหวังของใครอีกคน

                               
                    ความรักร้อนแรง . . .  
                    มักแฝงไปด้วย . . . ความพิศวาส
                    ความรักที่แท้จริงคือ . . .  
                    การที่เราได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข  
                   
. . . โดยไม่หวังผลตอบแทน

                             
                    รามักจะมองข้ามความรัก . . .  
                    ที่บริสุทธิ์ใจ และแท้จริง . . . จากบุพการี
 

                    ถ้าเรามองความรัก . . . เป็นสิ่งที่มีค่า  
                   
เราคงไม่เห็นใครที่เสียใจ . . . เพราะความรักเลย
                   
"เธอดีเกินไป"  . . .  
                    . . . เป็นเหตุผลของคนที่เห็นแก่ตัว 

                                 
                    เพราะมันจะดูว่า . . . 
                    ความรักของคุณนั้นไม่มีค่าเอาซะเลย 

                    เวลา จะช่วยวัดว่า . . .  
                    คน ๆ นั้น มีพฤติกรรมที่เรียกว่า
“นิสัย” หรือ “สันดาน” 

                                 
                    อย่าจมปรัก . . . กับอดีตที่เลวร้าย  
                    แต่จงยืดอกรับ . . . สิ่งที่จะเกิดในอนาคต
                    รักไม่เคยทำร้ายใคร  
                    แต่เป็นคนที่รัก . . . ไม่เป็นต่างหากที่ทำร้ายมัน
 
   

เมื่อนาฬิกา . . . หยุดเดิน



ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อยๆ จนติด
คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ


ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด . . .
หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . . บางอย่างมันหายไป
มันว่างๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู


เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่นๆ
โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร
นาฬิกาต่างหากที่พินาศ . . . กระจกร้าว

ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่าตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
เก้อ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู

ความเคยชินของคนเรา เกิดขึ้น . . .
เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
และยังคงความเคยชินอยู่
เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรกๆ

จนเวลาผ่านไปนาน . . .
ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
ฉันคิดโง่ๆ ว่า . . .
ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา แต่มันไม่ใช่

ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
เมื่อมันกลับมาวันแรกๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
ทั้งๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอๆ
ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
ฉันรู้สึกขาดๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้นๆ
ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ
ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .


แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยวๆ ในวันว่าง
หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก

"คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป"
ฉันมักได้ยินใครๆ พูด
แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด


ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า . . .
ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย
บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
หากฉันจะอยู่ห่างๆ หรือตัดขาด
เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต

อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
อาจรู้สึกแปลบๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน

October 07

ทุกสิ่งที่ฉันมี ไม่ใช่เพียงแค่. . .

 

 

  ทุกสิ่งที่ฉันมี ไม่ใช่เพียงแค่. . .

          ไหล่ของฉัน  . . . มันไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อ . . .
          ประคองหัวฉันไว้คนเดียวเท่านั้น 
          แต่เพื่อ สามารถใช้มันเพื่อประคองหัวเพื่อนได้ด้วย

          เสื้อของฉัน . . .  ห้อหุ้มร่างกายของฉัไม่ได้มีไว้นเพียงอย่างเดียว 
          มันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตา และที่สั่งขี้มูกของเพื่อนถ้าเพื่อนต้องการ

          แขนของฉัน . . .  ไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่น 
          แต่มัน สามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนจะล้ม 
          แต่ถ้าเพื่อนล้มลงไปแล้ว  . . .
          ฉันก็ยังมีมืออีก 1 คู่ไว้ช่วยฉุดเพื่อนขึ้นมา

          ปากของฉัน  . . . ไม่ได้มีไว้เพื่อกินและพูดพล่ามทั้งวันหรอกนะ 
          แต่มีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วยเมื่อถึงเวลาจำเป็น

          ตาของฉัน . . . มีไว้เพียงเพื่อกระพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่ 
          ฉันเอาไว้ใช้มัน มองสิ่งดีๆในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก

          ฟันของฉัน . . .  ก็ไม่ได้มีไว้กัดใครๆเขา 
          แต่มีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก ทุกครั้งฉันยิ้มให้เพื่อน

          หูของฉัน  . . . ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเจาะรูแขวนเครื่องประดับ 
          แต่มันใช้ฟังเพื่อน เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ฉันฟัง

          เท้าของฉัน  . . . ไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่น... โอเค ถึงแม้มันอาจจะมีบ้าง 
          แต่ฉันจะใช้เท้า เพื่อเดินอยู่ข้างๆเพื่อนนี่แหละ จะไม่ไปไหนไกล

          สมองของฉัน . . .  อาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนักก็จริง 
          แต่มันจะทำงานหนัก เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ

          ส่วนพวกตับ ไต ไส้ กระเพาะ ม้าม เซี่ยงจี๊ ของฉัน  . . .
         
มันมีไว้ทำหน้าที่ของมันน่ะ 
          แต่ถ้าเพื่อนต้องการอย่างรีบด่วน
          ฉันยินดีสละให้ (อย่างละครึ่งเท่านั้นนะ!!)

          และหัวใจของฉัน . . .  ก็ไม่ได้มีไว้สูบฉีดเลือดเพียงอย่างเดียว 
          แต่มันทำหน้าที่เก็บเพื่อนไว้ข้างในได้ด้วย. . .

     3 คำถาม ก่อนรัก แฟนเก่าเพื่อน

      ผู้ชายคนนี้มีค่าพอหรือไม่?

          เมื่อเทียบกับความผูกพันและความสัมพันธ์ที่มีค่าของความเป็นเพื่อน เขามีค่ามากพอที่คุณจะแลกกับความรักและความหวังดีที่เพื่อนมีให้คุณตลอดมาหรือเปล่า? ยิ่งเป็นเพื่อนรักกันมากๆ ยิ่งต้องคิดให้ดี เพราะสิ่งหนึ่งที่คุณต้องทำใจคือ เมื่อคุณได้ผู้ชายคนนี้มา คุณต้องทำใจว่าคุณจะไม่มีเพื่อนคุณในวงจรชีวิตคุณอีก ขณะที่คุณบอกว่าคุณกำลังทำตามหัวใจเรียกร้อง อย่าลืมถามตัวเองว่าคุณกำลังทำร้ายหัวใจของเพื่อนรักคุณอยู่รึเปล่า? งานนี้เวลาคือสิ่งที่ช่วยเพื่อนคุณที่สุด

      ผู้ชายคนนี้จะรักคุณตลอดไป?

          คำถามนี้สำหรับกรณีรักฉุกเฉินรักใหม่ฉบับเร่งรัด ที่คุณแทนที่เพื่อนคุณได้ทันควัน แนะนำให้มองโลกในแง่ร้ายๆ ไว้สักหน่อย ตั้งคำถามนี้ไว้ด้วยว่าผู้ชายคนนี้ แฟนเก่าของเพื่อนคุณคนนี้จะหยุดได้ที่คุณอย่างนั้นหรือ


      เขาลืมเพื่อนคุณได้สนิทแล้ว?

          บางครั้งคนที่ทำให้ชีวิตรักครั้งใหม่ของคุณและเขาพังทลาย อาจจะไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นภาพความทรงจำแสนหวานเก่าๆ ของเพื่อนคุณกับแฟนปัจจุบันของคุณนั้นแหละ คุณอาจจะไม่ได้หึงผู้หญิงคนใหม่ แต่เป็นเพ่นรักคุณไม่ยอมไว้วางใจกับเธอเหมือนกัน

September 17

พรุ่งนี้อาจสายเกินไป

         
          ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์
          จงทำด้วยตัวเอง
          บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
          และถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป 

          ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป
          บางทีคนๆ นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
          และถ้าคุณไม่บอกเค้า บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย 

          ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน
          ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
          และถ้าคุณไม่ได้ทำ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

          ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
          จงบอกเค้าวันนี้ บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน 
          ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

          ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
          บอกเค้าสิ บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
          และถ้าคุณไม่ทำวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

          ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
          เพราะเค้าเองก็อาจจะกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
          ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป 

          ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ
          ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้
          หากท่านจากไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

          ส่งข้อความนี้ไปให้ทุกๆ คนที่คุณแคร์พวกเค้า
          รวมทั้งคนที่ส่งมันมาให้คุณด้วย
          แล้วคุณจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เค้าแคร์คุณเช่นกัน

          ไม่งั้น...บางที...พรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

September 16

ไม่รู้ดิก็แค่...อยากจะบอก

 
>>>>เรื่องเล่าว่า....
>>>>มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทรายด้วยกัน
>>>>ระหว่างทางเกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกันเพื่อนคนหนึ่งพลั้งลงมือตบหน้าอีกฝ่าย
>>>>คนที่ถูกทำร้ายเจ็บปวดแต่ไม่เอ่ยวาจากลับเขียนลงบนผืนทรายว่า
>>>>"วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"
>>>>พวกเขายังคงเดินทางต่อกระทั่งถึงแหล่งน้ำ
>>>>พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำชำระกาย พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ
>>>>เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอเข้าช่วยชีวิต
>>>>คนรอดตายยังคงไม่เอ่ยวาจากลับสลักลงไปบนหินใหญ่
>>>>"วันนี้เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"

>>>>อีกคนไม่เข้าใจถามว่า..."เมื่อถูกฉันตบหน้าเธอเขียนลงทราย
>>>>แล้วทำไมเมื่อครู่ต้องสลักบนหิน"
>>>>อีกคนยิ้มพรางกล่าวตอบ
>>>>"เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้ายเราควรเขียนมันไว้บนทราย
>>>>ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัยจะทำหน้าที่พัดผ่านลบล้างไม่เหลือ
>>>>แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมายบังเกิด
>>>>เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใดลบล้างทำลาย"
>>>>ขอบคุณที่อ่าน
 

         ... คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์ แม้ว่าคุณจะไม่เหลือใครเลย ไม่ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด ถึงไหนถึงกัน

        ... เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ บ้าๆ บอๆ ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ โครงการณ์ร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน


        ... คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่ มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ คนที่คุณคอยเล่าพฤติกรรมแปลกของมัน ให้คนอื่นฟังเสมอๆ

        ... วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน
        ... นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย ่างเดิม หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน อย่าอ้างว่าคุณมีมรรยาท คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง

        ... อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา…หรือความรู้สึก… สังคม..หรือความสัมพันธ์... อะไรที่เปลี่ยนแปลง คุณ…หรือเขา..หรือใคร.. คุณถามตัวเองหรือเปล่า หรือรอให้ใครถาม รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม เขารู้สึกอย่างไรที่คุณเปลี่ยนไป ระหว่างคุณ..

        ... หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้ มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน” ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป .............แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน



        ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อนคนนั้นของคุณ อาจจะถามตัวเองอยู ่ก็ได้ ว่ามันทำผิดอะไร...กรุณาส่งมันให้กับคนที่คุณคิดว่าคนๆนั้นเป็นเพื่อนของคุณ...........................เพื่อเพื่อนที่รักคุณจะได้ไม่หายไป

   แม้ว่า .........วันนี้อาจไม่เป็นคนรักกัน
       และแม้ว่าใน...........วันนี้เป็นเพียงคนรู้จักกัน
       แต่..สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจห้ามได้คือความคิดถึงที่มีอยู่
          มันไม่อาจจางหายได้ ใน วันนี้ หรือพรุ่งนี้

   ฉันจะไม่ร้องไม่ขอ แต่คงเสียใจ ยากที่จะลืม
ในวันนี้ ถึงแม้จะไม่มีเธอ แต่ ฉันยังคงเหลือ หัวใจของฉันอยู่
      ฉันจะดำรงและยังคงชีวิตนี้อยู่อยู่เพื่อตัวเอง
  จะเข้มแข็ง เดินด้วย 2 เท้า ของฉัน ต่อไปต้องทำให้ได้ 

   แต่ จะขอ อนุญาต คิดถึง เธอนะ
   เพราะ หาก จะรู้สึก คิดถึงใครสักคนนั้น
 แม้ว่า ในวันนี้ ยังไม่ใช่คนรักของฉันเลยก็ตามที
          
       
แต่คงไม่เป็นไรใช่ไหม ที่จะขอคิดถึงเธอ

 

June 09

ปี 2 อย่างเต็มตัว

     คำ…ว่าเพื่อนของฉัน                         ว่า…อย่างไรก้อไม่มีวันจางหาย
เพื่อน…ยังคงคิดถึงกันไม่เสื่อมคลาย          ไม่…เคยจางหายแม้ต้องจากกัน
      มี…เวลาที่เราได้พบเจอ                     วัน…นั้นเสมอเป็นฝันชั้นสวรรค์
จาง…ไม่หายลบไม่เลือนในใจฉัน               หาย…จากกันแต่เรายังเป็นเพื่อนกันตลอดไป
 
     นิยาม เพื่อน ก-ฮ
ก-เก็บคุณไว้ในใจ
ข-เข้าใจคุณ
ค-คอยสนับสนุน
ง-ง้อคุณเมื่อรู้ว่าเขาผิด
จ-จับมือคุณเมื่อคุณต้องการกำลังใจ
ฉ-เฉยกับความใจร้อนของคุณ
ช-ช่วยเหลือคุณ
ซ-ซื่อสัตย์ต่อคุณ
ญ-ญาติดีกับคุณเสมอ
ด-เดินเคียงข้างคุณ
ต-ติดตามข่าวคราวความเป็นไปของคุณ
ถ-ไถ่ถามทุกข์สุข
ท-ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไป
ธ-ธรรมธัมโมกับคุณ
น-นับถือคุณและน่ารักในสายตาของคุณ
บ-บอกความจริงแก่คุณ
ป-ปลอบใจเมื่อคุณท้อ
ผ-ผายมือต้อนรับคุณ
ฝ-ฝากผีฝากไข้กับคุณ
พ-เพิ่มพลังให้แก่คุณ
ฟ-ฟังคุณ(แม้ว่าคุณจะพูดจนน้ำไหลไฟดับก็ตาม)
ภ-ภูมิใจในตัวคุณ
ม-มอบสิ่งที่ดีแก่คุณ
ย-ยกโทษให้กับข้อผิดพลาดของคุณ
ร-รักคุณที่เป็นคุณ
ล-ละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของคุณ
ว-ไว้ใจคุณ
ศ-ศึกษานิสัยที่แท้จริงของคุณ
ส-สังเกตความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ
ห-เห็นคุณค่าของคุณ
อ-อธิบายในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ
ฮ-เฮฮากับคุณได้ทุกเวลา
 
     และคำสุดท้าย เชื่อว่า
เพื่อนทุกคนเคยทำผิดต่อกันและกัน
แต่มันขึ้นอยู่กับว่าตัวเราน้านจาหั้ยอภัยเพื่อนหรือไม่
ถ้าคิดที่จาอยู่ด้วยมิตรภาพของกันและกันตลอดไป
ท่องเอาไว้ การอภัยให้กันดีที่สุด
และเพื่อมิตรภาพของเราจาได้อยู่กับมันตลอดไป
ขอโทษนะ เพื่อนๆ
April 05

ปี 1 ผ่านไป ปี 2 จะมา

     จำได้ขึ้นใจเลยจิงๆ วันที่ 14 พฤษภาคม 2548 เป็นวันแรกที่จากบ้านและความทรงจำเก่าๆของนักเรียน ม.ปลายไว้ข้างหลัง ความทรงจำดีๆเก่าๆ ที่ผ่านมาแวมันก็ต้องผ่านไปแน่นอน ห้ามกันไม่ได้ แต่หน้าที่ต่อไปนั้นคืออะไรรู้มั้ย หน้าที่ใหม่ คนใหม่ เปิดรับสิ่งใหม่ๆที่รออยู่ข้างหน้า ที่ที่มีชื่อว่า "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี" แน่นอนที่เรียนแห่งใหม่นั้น แม้แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ ยังไม่เคยมาที่นี่เลย เพียงแต่รู้ว่าที่นี่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก และก็มีท่านท้าวสุรนารีที่เคารพของคนที่นี่ แม้แต่สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยยังมีรูปท่านปรากฎที่สัญลักษณ์ด้วย
     แน่นอนผมบอกกับตัวเองว่าในที่สุดผมก็ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จิงเสียที ผมใช้ความพยายามกับการสอบเอ็นทรานส์ทุกรูปแบบเพื่อที่จะได้เรียนที่นี่ แต่มันก็ต้องใช้ความพยายามถึง 3 ครั้งถึงจะมีวันนี้ วันที่ผมมีรหัสนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี B4807858 และก็แน่นอนว่าสิ่งที่กลัวของน้องใหม่ก็น่าจะเป็นการรับน้อง ผมบอกได้เลยนะว่าที่นี่ทำหั้ยผมประทับใจมากกว่า เพราะกิจกรรมน้องใหม่อ่ะ มีสาระและความสนุกสนานมากกว่ากระทำรุนแรง อาทิเช่น กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ พิธีมอบเข็มรุ่น พิธีบายศรีสู่ขวัญ(พาแลง) พิธีติดเข็มสัญลักษณ์หน้าลานสัญลักษณ์สถาน กิจกรรมไหว้ท่านท้าวสุรนารี กิจกรรม TTR งานเฟรชชี่ไนท์ พิธีไหว้ครู กิจกรรมแนะแนวการเรียน รับรองว่าไม่มีที่ไหนจิงๆ และทุกกิจกรรมน้องใหม่ต้องปลื้มปิติอย่างแน่นอน ในฐานะที่เคยผ่านกิจกรรมเหล่านี้มาแล้ว แล้วกิจกรรมปิดห้องเชียร์หรือกิจกรรมที่ทำร้ายจิตใจน้องใหม่อารายเนี่ย ขอบอกว่า ที่มหาวิทยาลัยนี้ไม่มีแน่นอน
     แต่ถ้าใครได้มาเรียนที่นี่นะ ต้องทำใจหน่อยนะว่าเราต้องเรียนหนักกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆนะ เพราะเราเรียนหลักสูตรไตรภาค ง่ายๆเรียน 3 เทอมต่อ 1 ปีการศึกษา แน่นอนว่าช่วงของการเปิดเทอมและการปิดเทอมย่อมไม่ตรงกับมหาวิทยาลัยอื่น อาจจะไม่ได้เจอเพื่อนๆต่างมหาวิทยาลัย แต่จงภูมิใจเหอะนะ ว่าเราได้เรียนรู้มากกว่าคนอื่นๆ และย่อมเป็นผลดีต่อตัวเราเองในอนาคต แต่ก็อย่าหลงระเริงมากจนเกินไปนักนะ เรียนยากอ่ะแต่ก็รีไทร์ง่ายเช่นกันนะ แถมอาจารย์ยังระดับ ดร.ทั้งนั้นก็ต้องมีบ้างที่เมื่ออาจารย์สอนอาจจะงงบ้าง เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างนะ สู้ๆขยันๆเข้าไว้แล้วกัน
     และแล้ว ณ ขณะที่ผมเขียนบล็อกนี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของการสอบประจำภาค หลังจากนี้ก็ปิดเทอมซะทีนะเรา เหนื่อยกับการเรียนมามากพอแล้วสำหรับปี 1 เทอมหน้าจะได้รู้ว่าอนาคตเราจะได้ทำอาชีพเกี่ยวกับอาราย เพราะต้องเข้าสาขาซะที วิชาเรียนก็ต้องยากขึ้นมากแน่นอน เจอเพื่อนสาขาใหม่ อาจารย์สาขาที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ช่างเวลาการเรียนของนักศึกศาปี 1 ได้เจอะเจอเรื่องราวต่างๆมากมายมีทั้งดีใจ หัวเราะ สนุกสนาน เศร้า มีน้ำตา สิ่งต่างๆเหล่านี้อยากหั้ยเก็บไว้เป็นประสบการณ์ ทีเหลือก็สนุกสนานเต็มที่เลย แต่ก็อย่าลืมการเรียนด้วยนะ
     ปล.น้องๆโควตาที่เล่นเอ็มคุยกันทุกคนเลยนะ เปิดเทอมอย่าลืมมาทักทายพี่เดียร์คนนี้มั่งนะ ไม่แน่นะ เราอาจะได้เป็นพี่รหัสน้องรหัสก็ได้ หรือจะเป็นพี่เทคน้องเทคอีก ช่วงปิดเทอมพี่อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาสเปซเท่าไรฝากคอมเมนต์ด้วยนะ เออ แล้วน้องแฟง ไอที#11 อ่ะ ทำสปซได้ป่าว ถ้าทำไม่ได้อ่ะ เดี๋ยวทำหั้ยเอามั้ย คงมีโอกาสที่ได้เจอกันนะเทอมหน้านะ